LoveIs

Love Is_04

posted on 23 Jun 2009 16:35 by popsical  in LoveIs

 

 

 

Love Is :: 04

 

Kim Kibum X Lee Sungmin

 

 

 

 

 

                “เฮ้ยย คิมคิบอมวันนี้นายมีประชุมคณะกรรมการห้อง อย่าเพิ่งชิ่งหนีนะเว้ย เสียงตะโกนจากหน้าห้องส่งผลให้มือหนาที่กำลังรวบรวมสัมภาระใส่กระเป๋าเป้ใบเก่าหยุดชะงักก่อนจะถอนหายใจอย่างหัวเสีย บ้าฉิบ! ลืมไปเลยว่าตัวเองเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหนึ่งในคณะกรรมการห้อง ตัววุ่นวายที่เสนอชื่อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันก็คนเดียวกันกับที่กำลังนั่งอมยิ้มรื่นเริงอยู่ข้างกันนี่ละ

 

  

                ฉันกลับก่อนนะ วันนี้ต้องไปช่วยงานที่บ้าน แล้วเจอกันพรุ่งนี้ รอยยิ้มสดใสของเพื่อนสนิทอย่าง ลี ทงเฮผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วไม่มีเวลาให้คิบอมได้ตอบกลับประโยคใดๆ ทั้งสิ้น คนที่มีภารกิจรัดตัวอย่างกะทันหันกระแทกร่างลงกับเก้าอี้ตัวเดิม เพราะไม่รู้ว่าวันนี้ต้องติดอยู่กับการประชุมนานแค่ไหน ความเป็นห่วงจึงเริ่มแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ อาการป่วยของเรียวตลอดทั้งวันที่ผ่านมาไม่น่าเป็นห่วงมากก็จริง และแม้จะรู้ว่ายังมีใครอีกคนคอยดูแล ทว่าวงหน้าหวานของคุณหนูซองมินกลับเพิ่มกระแสความกังวลให้ยิ่งหนักข้อขึ้น ทั้งน้องชายทั้งลีซองมิน น่าเป็นห่วงด้วยกันทั้งคู่

 

 

.

 

.

 

 

                การประชุมยืดเยื้อเหมือนที่คิดไว้ ขณะที่ก้าวเท้าลงจากรถประจำทาง เข็มสั้นของนาฬิกาเรือนเก่าแตะเลขเจ็ดมานานกว่าห้านาทีแล้ว ท้องฟ้าในช่วงค่ำของฤดูหนาวมืดสนิทราวกับเป็นเวลาดึกสงัด อากาศหนาวเย็นจนเจ้าของร่างสูงต้องกระชับผ้าพันคอและเสื้อคลุมให้แน่นหนายิ่งขึ้น สองเท้าก้าวตัดผ่านสวนสาธารณะอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานคิมคิบอมก็พาตัวเองมาหยุดที่ประตูหน้าบ้าน และแค่พาร่างผ่านประตูเข้าไปก็ต้องชะงักขาอีกครั้งกับเสียงพูดคุยที่ดังแว่วมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของสองเสียงที่...เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

  

                หรือว่า...คิมคิบอมไม่กล้าคิดมากไปกว่านั้น ร่างสูงพาตัวเองมาหยุดในจุดที่มองเห็นสองร่างได้อย่างชัดเจนที่สุด

 

 

                ลี ทงเฮ นายมาทำอะไรที่นี่เสียงเข้มของคนเป็นเพื่อนไม่ได้ทำให้คนที่ถูกเอ่ยชื่อสะทกสะท้าน ลี ทงเฮยังคงยิ้มสดใสให้คิบอมได้อย่างเต็มตา ผิดกับใครอีกที่เริ่มขยับตัวอย่างกระสับกระส่ายเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้าของบ้านแล้วลีซองมินก็นึกอยากหายตัวออกไปจากห้องนั้นเสียโดยเร็ว...ถ้าเขาทำได้นะ

 

 

 

 

                ดูเหมือนซองมินจะทำให้คิบอมโกรธอีกแล้ว

 

 

 

 

                ว่าไง ฉันถามว่านายมาทำอะไรที่นี่ คิบอมถามเพื่อนแต่สายตากลับสะกดอยู่แค่ร่างขาวในชุดเสื้อคอปกสีชมพูอ่อนกับกางเกงครึ่งแข้งสีขาวสะอาด ชุดคุณหนูเหมาะสำหรับลีซองมินที่สุดแล้ว

 

 

                เฮ้ย...ทำไมต้องโมโหด้วย ฉันแค่มาส่งอาหาร ทงเฮบุ้ยปากไปยังกล่องใส่อาหารเป็นการยืนยัน คิบอมยอมเลื่อนสายตามามองเพื่อนสนิท ผลึกแก้วสีน้ำตาลเข้มจัดไม่ได้ทำได้แววตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังส่องประกายวิบวับในหน่วยตาของทงเฮสลดลงเลย

 

 

 

                สุดท้ายลีทงเฮก็หาเหตุมารู้ความลับที่คิดว่าคนเป็นเพื่อนพยายามปิดบังไว้จนได้ คิบอมได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาใจกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน

 

 

 

                คนชอบสร้างปัญหากับคนชอบขุดคุ้ยปัญหาโคจรมาพบกัน

 

 

 

                จำได้ว่า เวลาเลิกงานของนายคือ 1 ทุ่มตรงไม่ใช่หรือ ท่าที(ที่พยายามแสดงออกให้ดู)เรียบเรื่อยของเพื่อนทำให้ทงเฮนึกอยากแกล้งขึ้นมาติดหมัด คิบอมที่เขารู้จักอาจจะมาดขรึมแต่ไม่ได้เย็นชาอย่างที่เห็น แล้วไหนจะเรื่องที่เพื่อนรักแอบเก็บคนที่ใครๆ ก็รู้กันทั่วว่าไปต่างประเทศเอาไว้ที่บ้านอีกละ

 

 

 

                อืม เลิกงานแล้วแต่เห็นนายยังไม่กลับมาซะทีก็เลยนั่งคุยเป็นเพื่อนซองมิน ทงเฮยกคิ้วเป็นการท้าทายให้เจ้าของบ้านสงสัยและซักถามต่อ แต่คิมคิบอมที่รู้จักลีทงเฮดีไม่ต่างกันเลือกที่จะนิ่ง เป็นการเตือนเพื่อนรักว่าเวลานี้ไม่เหมาะสำหรับซักไซ้หรือดื้อดึงอยากรู้อยากเห็นอีกต่อไป

 

 

 

                งั้นนายควรกลับได้แล้ว ข้างนอกอากาศหนาวมากหิมะอาจจะตก ถูกคิบอมออกปากไล่ตรงๆ แทนที่จะโกรธลีทงเฮกลับหัวเราะร่วน ส่วนซองมินเอาแต่นั่งเงียบนอกเหนือจากอารมณ์มืดครึ้มคล้ายท้องฟ้าด้านนอกของคิบอมแล้วเขาก็ไม่ใคร่เข้าใจสิ่งที่สองเพื่อนรักคุยกัน

 

 

 

                มาถึงก็ไล่เชียว...ไม่ได้กลัวนะเว้ยแต่กลับก็ได้ ไปก่อนนะซองมินพรุ่งนี้ถ้าหิวแล้วไม่รู้จะทานอะไรก็โทรไปนะ

 

 

 

                 ขอบคุณนะครับทงเฮ ลีทงเฮยิ้มกว้างโชว์ฟันซี่แหลมน่ารัก ร่างเล็กปราดเปรียวลุกขึ้นยืนถ่วงเวลาด้วยการบิดร่างไล่ตัวขี้เกียจซ้ายขวา กำลังจะสะบัดคอไล่ความเมื่อยขบความคิดนั้นก็เป็นอันต้องพับเก็บเพราะท่านเจ้าของบ้านทำอาการจับจ้องไม่วางตา คิมคิบอมคงไม่รู้ว่ากำลังทำตัวเสมือนหวงแหนลีซองมินเสียเหลือเกิน หวงทั้งที่ทำหน้าเข้ม คิ้วขมวดชนกันและตาก็วาวดุนั่นแหละ คันปากยิบๆ อยากแซวสักยกแต่ว่านะ การลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ในยามนั้น .. 

.

.

 

                สิ่งที่กล่าวไว้เรื่องดินฟ้าอากาศไม่ได้มาจากการคาดคะเนของตัวเขาเอง แต่พยากรณ์อากาศบอกว่าหิมะจะตกอย่างต่อเนื่องไปอย่างน้อยก็สองถึงสามวัน จะมีขาดระยะบ้างเป็นบางช่วง ตอนนี้ละอองน้ำแข็งสีขาวเริ่มร่วงหล่นลงมาประปราย เนื้อตัวของทงเฮถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเสื้อผ้าหลายชั้นจนร่างสันทัดดูหนาขึ้นทันตาเห็น คิบอมมองเพื่อนใช้มือกดล็อคสายรัดหมวกกันน็อคที่ปลายคางแล้วก็คิดว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะปิดบังสิ่งที่ทงเฮเพิ่งเห็นมากับตา

 

 

 

                ในเมื่อนายเห็นหมดทุกอย่างแล้ว ฉันเองก็ไม่มีอะไรจะพูดหรืออธิบาย มีแค่เรื่องเดียวที่อยากขอร้อง...ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ไหม คิบอมพูดขึ้นทันทีที่ทั้งสองคนออกมายืนอยู่ด้านนอก ทงเฮจูงรถเวสป้าสีน้ำตาลคันโปรดออกมาจากมุมหนึ่ง เขาขึ้นนั่งเตรียมพร้อมก่อนจะหันมาสบตาเพื่อนนิ่ง ไม่เหลือร่องรอยของความขี้เล่นอยู่ในดวงตาอีกเลย

 

 

 

                นายก็รู้ว่านายไว้ใจฉันได้มากแค่ไหน ถ้านายไม่อยากให้ใครรู้ ฉันก็รับรองได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกฝังไว้ตรงนี้

 

 

                ขอบใจมากทงเฮ ขอโทษที่ฉันเล่ารายละเอียดให้นายฟังทั้งหมดไม่ได้...อย่างที่เห็น มันไม่ได้เกี่ยวกับตัวฉัน.มันเกี่ยวกับ... คิบอมจบประโยคพร้อมกับมองไปทางห้องนั่งเล่นที่ทั้งสองเพิ่งเดินจากมา 

 

 

                อืม ดูแลซองมินให้ดีแล้วก็ระวังตัวไว้บ้างนะ...ฉันไปละ คิบอมมองท้ายรถเวสป้าที่ขับจากไปพร้อมกับครุ่นคิดถึงประโยคที่เพื่อนทิ้งไว้

 

 

 

เพื่อนรักของทงเฮพรูลมหายใจ เขาคงจะต้องระวังตัวไว้-บ้าง-อย่างที่ทงเฮเตือน ลี ซองมินขยันหาเรื่องมาให้ปวดหัว(ใจ)ได้ตลอดจริงๆ

 

  

                 เรา...ขอโทษ คิบอมเกือบจะเดินผ่านไปแล้วแต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นหยุด...เพื่อมองคนที่เอาแต่ยืนก้มหน้านิ่งพร้อมกับประโยคขอโทษที่ชวนให้งุนงงมากกว่าอะไรทั้งหมด

 

  

                ขอโทษ ขอโทษเรื่องอะไร

 

  

                เรื่อง..ทงเฮ คือ เราไม่รู้จริงๆ ว่าทงเฮทำงานที่ร้านนั้น

 

  

                โชคดีแล้วที่เป็นทงเฮ ช่างเถอะ... คุณหนูตัวขาวทำได้แค่กะพริบตาปริบมองตามแผ่นหลังเจ้าของบ้าน ทั้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักแต่คนพูดเขาไม่รอให้ได้เปิดโอกาสซักถาม แต่ก็นั่นละ เอาเข้าจริงซองมินก็คงไม่กล้าถามอะไรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่คิบอมตัดบทด้วยการเดินจากไปดื้อๆ โดยไม่มีแม้แต่อารมณ์ขุ่นมัวให้จับสังเกตได้เลยน่าจะเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว

 

 

 

                ขอบคุณที่ช่วยดูแลเรียว ผมอาจจะต้องรบกวนคุณอีกหลายวัน เสียงทุ้มห้าวที่ฟังได้ว่าเป็นประโยคขอบคุณห้วนๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอนเล็ก ซองมินสะดุ้งสุดตัวไม่ทันคิดว่าจะมีใครอื่นอยู่ในห้องนอกเหนือจากร่างเล็กของเด็กชายเรียวที่กำลังหลับสนิทหลังได้รับข้าวและยาไปเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

                ครับ คำตอบรับสั้นแสนสุภาพส่งผลให้หัวคิ้วเข้มขมวดชนกันคล้ายจะประหลาดใจในความเปลี่ยนแปลงของแขกพิเศษ...ค่ำนี้ลีซองมินดูแปลกไป

 

 

 

                หรืออันที่จริงเพื่อนวัยเด็กคนนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม และมีเพียงเขาที่พยายามหลอกตัวเองว่าลีซองมินเปลี่ยนไป คิบอมพินิจวงหน้าขาวที่กำลังเบือนสายตาออกสู่ความหนาวเย็นภายนอกด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างผิดไปกว่าที่เคย หน่วยตากลมโตที่มักจะสดใสอยู่เสมอมาวันนี้เปล่งประกายแห่งความหม่นหมองเจือหวาดระแวง น่าแปลกไหมละที่เขารู้สึกใจหายวาบกับสิ่งที่เห็น แน่นอนว่าบ้านหลังนี้ย่อมไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับคนอย่างลีซองมิน นกน้อยในกรงทองยังไม่พร้อมจะเผชิญกับความโหดร้ายที่รายล้อม ปีกบอบบางควรได้รับการโอบอุ้ม ปกป้องจากบุรุษที่คู่ควร ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาๆ เช่นคิมคิบอม

 

 

 

                ร่างสูงเก็บกักลมหายใจจนคิดว่าเพียงพอแล้วสำหรับการหยัดยืนขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมเข้มจัดซ่อนแววหม่นหมองไม่น้อยไปกว่าคนตรงหน้า แต่เลือกที่จะปิดบังซ่อนเร้นไว้ เบื้องหน้าที่คุณหนูซองมินเห็นจึงมีเพียงหน้ากากแห่งความเย็นชา ดุ และแสนเบื่อหน่าย...ลีซองมินเกิดมาเพื่อเป็นภาระสำหรับคนอื่น

 

 

 

 

                ความเงียบน่าอึดอัดใจถูกทำลายลงเมื่อเจ้าของบ้านพาร่างออกจากห้องนั้นอย่างไร้สุ้มเสียง ทำไมวันนี้ความรู้สึกทดท้อจึงเกาะกินรุมเร้ามากกว่าทุกวัน มันยากขึ้นเพราะเขาพยายามหนี หรือยากเพราะบัดนี้ลีซองมินอยู่ใกล้เหลือเกิน

 

 

 

 

 

              

               ใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมหวานที่โอบล้อมร่างนั้น ความหอมหวานที่เหมือนจะติดอยู่ในห้วงคิดคำนึงเพียงแค่วันแรกของการมีตัวตนในบ้านหลังนี้ ลีซองมินเริ่มประทับร่องรอยแห่งความทรงจำไว้ในทุกอณูแห่งลมหายใจเข้าออกของใครอีกคนโดยที่เขาไม่รู้ตัว.....

 

 

 

 

 

 

 

                คิบอม คิบอม คิม คิบอม ได้ยินเราไหม เปิดประตูให้เราหน่อย!” เสียงร้องตะโกน แรงทุบที่ประตูระรัวเร็ว เร่งร้อน เรียกสติให้เจ้าของร่างสูงที่เพิ่งล่วงเข้าสู่ห้วงนิทราได้ไม่นานกระชากตัวเองขึ้นนั่งหลังตรง สายตาตวัดมองไปยังที่มาของสรรพเสียง รู้ตัวอีกทีก็พบว่าสิ่งที่ปรากฏในหน่วยตาคือวงหน้าขาว ซีดจัด

 

 

 

                ซองมิน เกิดอะไรขึ้น!” ดวงตากลมวาววับ ริมฝีปากกระจับได้รูปงดงามสั่นระริกแต่ก็พยายามที่จะยับยั้งด้วยการเม้มแน่น

 

 

 

                เรียวน่ะ น้องไข้ขึ้นสูงแล้วก็เพ้อ...เรา...เราไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่ใช่แค่กลีบปากบางแต่ร่างเล็กตรงหน้าก็สั่นสะท้านไม่ต่างกัน อากาศหนาวคงมีส่วนบ้างแต่ความกลัวต่างหากที่กำลังคืบคลานเกาะกุมเรียกร้องความทรงจำส่วนลึกให้ไหลย้อนคืน...

 

 

 

กลิ่นหอมอ่อนของเส้นผมนุ่มละมุนที่ลอยมาปะทะจมูกเรียกสติและความเป็นตัวตนกลับคืนมา คิบอมจะปล่อยร่างในอ้อมกอดได้อย่างไร ในเมื่อเนื้อตัวเย็นเฉียบของซองมินยังสั่นสะท้านตอบรับสัมผัสที่กำลังแผ่ซ่านให้ความอบอุ่น คนในอ้อมกอดอ่อนแอ เปราะบางไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้องเนื้อดี ถ้าเผลอลงแรงหรือปล่อยปละละเลยคงแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี คิมคิบอมยังไม่ใจร้ายถึงเพียงนั้น

 

 

 

 

                มันเป็นอาการปกติของเรียวเวลาที่น้องไม่สบาย คุณไม่ต้องกลัวนะ อย่าห่วงน้องไม่เป็นไร... เสียงทุ้มทอดอ่อนอย่างที่ไม่เคยได้ยินมานานแสนนาน ปลุกปลอบ นุ่มนวล อ่อนโยน ทั้งที่ไม่เคยนึกชอบจนเกือบจะรังเกียจแต่ซองมินกลับปล่อยให้หยดน้ำไร้สีสัน รสเค็มปร่าไหลซึมแสดงถึงความอ่อนแอเกินต้านทาน คิบอมรู้...ร่างที่ซุกอยู่ในอกกำลังถูกกระตุ้นเตือนถึงความทรงจำแห่งการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก

 

 

 

 

                 ยากยิ่งที่จะปลดวางแต่ต้องหักห้าม หยุดยั้ง ยินยอมแค่ให้มือหนาแตะต้องกลุ่มผมนุ่ม...บางเบาแทบไม่รู้สึก

 

 

 

 

                มาเถอะ ไปดูน้องด้วยกัน คนตัวสูงจับจูงมือคนตัวเล็กกว่าให้เดินตาม ทิศทางเดิม ระยะทางเท่าเดิม แต่บางสิ่งเปลี่ยนแปลง กลิ่นหอมหวานแทรกซึม ลึกซึ้ง ยิ่งนานวันยิ่งยากจะถ่ายถอน คิบอมรู้ แต่ที่ไม่รู้คือ...จะต้องทำอย่างไรกับเรื่องบางเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจ

 

 

 

 

ซองมินเดินตามอย่างว่าง่าย มีเพียงคราบเปรอะสองข้างแก้มเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งเคยมีละอองใสไหลผ่าน แค่เสียงสูดจมูกฟุดฟิดคงพอรับได้อย่างน้อยน้ำตาก็เหือดแห้งไปแล้ว แสงสลัวบริเวณทางเดินทำให้ร่างของคนที่เดินนำยิ่งดูสูงทะมึน แต่คุณหนูกลับไม่รู้สึกหวาดกลัว รอยสัมผัสยังอุ่นอวลโอบล้อมทั่วร่าง แรงกระชับที่มือน้อยช่วยยืนยันสิ่งที่เพิ่งผ่านพ้นว่าไม่ใช่แค่ฝัน ห้องนอนอบอุ่นกว่าข้างนอกนิดหน่อย แต่มืดกว่ามากนักเพราะคุณหนูลุกขึ้นอย่างเร่งร้อนไม่ได้สนใจเปิดไฟรับแสงสว่าง...ถ้าแก้มขาวซีดจะแดงแค่เล็กน้อยคงไม่เป็นไรมั้ง

 

 

 

 

คิบอมทรุดร่างลงนั่งบนเตียงน้องชายตัวกลมที่ตอนนี้หลับสนิทแล้ว ไรผมชื้นเหงื่อทั้งที่ร่างยังสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เขาชินกับอาการป่วยของเรียวแล้วก็จริง แต่ที่ไม่ได้คาดคิดคืออาการที่ดูเกือบจะปกติกลับทรุดหนักลงกลางดึกได้อย่างไร หรือวันนี้หนาวจัดเกินไปร่างกายที่ปรับตัวได้ช้ากว่าคนอื่นๆ จึงมีอาการเพียบหนักลงแทนที่จะหายดี

 

 

 

 

                พาน้องไปหาหมอเถอะ เสียงอ่อนแสดงความห่วงใยจนถึงขั้นกังวลพร้อมแรงกระตุกจากคนข้างกายเรียกความสนใจจากคิบอมให้กลับคืน มือข้างเดิมยังกระชับอยู่กับมือเล็กนุ่มนวล ใบหน้าขาวบัดนี้ไม่ถึงกับซีดทว่ากระแสความห่วงใยล้นหลั่ง สิ่งที่คุณหนูแนะนำคือสิ่งเดียวกันกับที่เขากำลังคิดถึง

 

 

 

 

                เราจะไปโทรเรียกแท็กซี่ คุณหนูกระตือรือร้นที่จะทำอย่างที่ออกปากแต่ถูกหยุดไว้ด้วยแรงเหนี่ยวที่ข้อมือ

 

 

 

 

                ไม่ต้อง...คุณอยู่เป็นเพื่อนเรียว ผมจะไปเอารถออก ซองมินหงุดหงิดกับการสั่งงานของสมองที่ดูจะเชื่องช้าผิดปกติ เขาเข้าใจคำสั่งของคิบอมแต่...ไม่ใช่ทั้งหมด ข้อสงสัยบางข้อคงปรากฏชัดบนสีหน้าห่วงกังวล เพราะคิบอมขยับริมฝีปากเป็นเส้นโค้งขึ้น ยิ้มบางผ่านแวบแล้วจางหายพร้อมความอบอุ่นที่มือ แต่แล่นปราดสู่ก้อนเนื้อหัวใจที่เต้นแรงอยู่ภายใน

 

 

 

ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของช่วงดึกสงัด หิมะที่ปรอยปรายลงมาเมื่อช่วงค่ำหยุดตกแล้ว ที่เหลือทิ้งไว้มีเพียงความชื้นแฉะและละอองหนาวเหน็บ คุณหนูซองมินชะโงกหน้ามองไปนอกหน้าต่าง รถยนต์คันเล็กจอดรอเตรียมพร้อม เจ้าของบ้านสาวเท้ายาว เร็ว ไม่นานก็กลับเข้ามาในห้อง ร่างของเด็กชายถูกโอบอุ้มคล้ายไร้ซึ่งน้ำหนัก

 

 

 

                คุณรอที่นี่ ผมจะโทรบอกฮยองให้มาอยู่เป็นเพื่อน

 

 

 

                ไม่!...เราจะไปด้วย ซองมินปฏิเสธทันควัน สุ้มเสียงราบเรียบทว่าหนักแน่นในความหมาย...จะไม่ยอมถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแน่นอน!

 

 

 

                คุณไม่ควรออกจากบ้าน จังหวะก้าวเดินของคิบอมมั่นคง มุ่งตรงสู่ประตูบ้าน ข้างๆ คือคนตัวเล็กที่สืบเท้าตามไม่ลดละ

 

 

 

                เราจะไปด้วย คราวนี้คนที่เดินตามออกวิ่งล่วงหน้า พนักงานเปิดประตูที่มีศักดิ์เป็นถึงนายน้อยของแกงค์ดังอำนวยความสะดวกให้ร่างสูงเรียบร้อยแล้วก็มุดเข้าไปนั่งรออย่างสงบอยู่ในตอนหลังของรถคันเล็ก ดวงตากลมโตจับจ้องคนที่กลับไปวางมาดเฉยชาอย่างไม่ยอมแพ้ แววมุ่งมั่นจนเกือบถือดีพลอยทำให้คิบอมต้องถอนใจอย่างจำนน

 

 

 

                ส่งน้องมาสิ ร่างที่ห่อไว้ด้วยผ้าห่มอุ่นจนเป็นก้อนกลมถูกวางซ้อนลงบนตักคุณหนูซองมิน คนที่คิบอมคิดถึงด้วยคำว่าเปราะบางกลับรับน้ำหนักเกินมาตรฐานของเด็กชายเรียวไว้ได้อย่างไม่ลำบาก

 

 

 

                เพิ่งรู้ว่าคิบอมขับรถเป็น... ประโยคนั้นคล้ายจะเปรยกับตัวเองมากกว่าต้องการคำตอบ คนที่ถูกตั้งข้อสังเกตจึงเลือกที่จะนิ่งเสีย ใช้เวลาไม่นานก็สามารถประคับประคองรถคันเล็กมาจอดเทียบที่โรงพยาบาลประจำเขตได้สำเร็จ คนป่วยถูกนำตัวส่งเข้าห้องตรวจที่เหลือคือ...รอคอย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ร่างสูงของคนที่พุ่งผ่านประตูโรงพยาบาลเข้ามาไม่ใช่คนที่ซองมินรอคอยก็จริง แต่แค่ได้เห็นความดีใจก็แล่นปราดแม้คนเป็นพี่จะมาพร้อมใบหน้าที่ค่อนไปทางเรียบเฉยจนเกือบเครียดขรึมชวนให้ใจเสีย ตอนนี้ซองมินเลยถูกรายล้อมด้วยคนหน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งซ้ายขวา

 

 

 

                ความวุ่นวายที่ตามมา...

 

 

 

                ฮันมาได้ไง นายน้อยซองมินในชุดนอนสีอ่อนคลุมทับด้วยโค้ทตัวหนาต้อนรับผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเต็มวงหน้า

 

 

 

                น้องมาทำอะไรที่นี่ ออกมาจากบ้านทำไมคุณหนูซองมินทำหน้าม่อยแวบเดียวก็กลับมาเม้มปากแน่น

 

 

 

                โถ่ ฮัน นี่มันดึกมากแล้วนะ ไม่เป็นไรหรอก...เห็นไหม ไม่มีใครเขาสนใจเราสักคน ใช่ว่าไม่รู้ถึงความกังวลของผู้ชายทั้งสองคน ซองมินอ่านสีหน้าของคิบอมและฮันได้คำตอบเดียวกันเป๊ะ

 

 

 

                แล้วน้องคิดว่าพี่มาที่นี่ได้เร็วขนาดนี้เพราะอะไรละ...อ้อ ทั้งที่มันดึกมากแล้ว ถูกคนเป็นพี่ย้อนถามเอาบ้างนายน้อยซองมินก็เลยออกอาการเบ้ปากด้วยความไม่พอใจ ปากรูปกระจับเล็กขยับจะเถียงแต่ถูกฮันคยองยกมือห้ามไว้ คนมาใหม่เปลี่ยนทิศทางไปยังใครอีกคนที่ยืนนิ่งราวรูปปั้น

 

 

 

 

                ฮยองรู้นานแล้วหรือยัง คิบอมเป็นฝ่ายถามไถ่ผู้สูงวัยกว่าเสียเอง

 

 

 

 

                15 นาที ฉันรีบออกมาก่อนเลยไม่ได้อยู่รอฟังเหตุการณ์ทางโน้นว่าเป็นอย่างไร แต่รับรองเลยว่าคงรู้ไม่ช้าไปกว่าฉันสักเท่าไหร่ ไม่แน่...อาจจะรู้ก่อนฉันเสียอีก เสียงหัวเราะแค่ในคอคล้ายจะเยาะหยันอะไรสักอย่าง

 

 

 

 

                ผมห้ามแล้ว แต่.... เปล่าประโยชน์ คือประโยคที่ชายหนุ่มเก็บกลืนไว้กับตัวเอง

 

 

 

 

                อืม...ช่างเถอะ มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงต่อไป

 

 

 

                ผมแค่รับฝากนายน้อยไว้ชั่วคราวเท่านั้น ประโยคนั้นเย็นชา ไม่ต่างจากใบหน้าของคนพูดที่ราบเรียบ เฉยเมย ดวงตาสีเข้มจัดไม่บ่งบอกอารมณ์ใด...มันว่างเปล่า

 

 

 

 

                ฮันคยองมองคนตรงหน้าอย่างไตร่ตรอง คิมคิบอมในวันนี้เก็บงำอารมณ์ความรู้สึกไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเฉยชา ราบเรียบเสียจนบางครั้งก็ชวนให้น่าใจหายกับความห่างเหินที่เด็กรุ่นน้องเลือกปฏิบัติ ฮันคยองก็เหมือนกับซองมิน ทายาทแกงค์ดังไม่มีโอกาสรู้ถึงสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของคิบอม ภาระหน้าที่ทำให้เขาไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตเช่นผู้ชายธรรมดาอีกต่อไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระยะห่างของคนทั้งหมดได้ถูกเว้นว่างอย่างจงใจ

 

 

 

 

ไม่มีใครรู้และคิบอมก็ยินดีที่ทุกอย่างดำเนินไปเช่นนั้น ให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาเย็นชา ไร้ความรู้สึกก็คงดีกว่าการเปิดเผยความจริงทั้งหมด ถึงเวลาที่เขาควรจะจบทุกสิ่งทุกอย่างลงเสียที ให้มันจบก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่ใช่กลัวแต่เพราะความรู้สึกของใครคนนั้นไม่ใช่สิ่งที่คิมคิบอมอยากเอามาเสี่ยงล้อเล่น

 

 

 

 

 

ระหว่างคิมคิบอมกับลีซองมินไม่เคยมีอนาคตใดร่วมกัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC...     

 

 

 

 

^()^ ในที่สุดก็เอามาลงได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ตอนสามกับสี่ห่างกันร่วมเดือน(อีกแล้ว) ขออภัยคนที่รอคอยและก็ขอบคุณมากจริงๆ ที่ยังรอกันอยู่(หัวเราะ) จริงๆ ตอนนี้มันยาวกว่านี้ค่ะ แต่ว่า...คิดอีกทีตัดไว้แค่นี้น่าจะดีกว่าตอนหน้าค่อยลุ้นกันเนาะว่าเรื่องอะไรหนอที่คิมคิของนายน้อยซองมินซ่อนเร้นไว้อีกสองตอนหรืออาจจะสามตอนก็คงจบบริบูรณ์แล้วค่ะ

 

อารมณ์หวานๆ เอื่อยๆ เริ่มมีมากขึ้น ชอบฉากในความมืดของเจ้าของบ้านกับคุณหนูจริงๆ ให้ดิ้นตาย...เป็นบอมมินนี่แหละเริ่ดที่สุดในโลกหล้าแล้ว ฮิ้วว ว ว ว

เจอกันตอนหน้านะคะ ภาวนาว่าอย่าให้คิมฮีจินคนนี้หนีตามรพินท์กับคุณหญิงหมอดารินเข้าป่าไปจริงๆ ไม่งั้น...กลายเป็นตำนานรักข้ามเดือนอีกแน่...ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามนะคะ ^^ 

ปล.ต้นไม้มีตัวอะไรไม่รู้งอกออกมา น่ากลั๊ว

ปลล.อยากดูคิมจองอุนร้องเพลง She(หรือเปล่าไม่รู้) แต่น้องทงเฮกับโจคยูจะร้องเพลง Way back into love ละ อร๊ายยย ตายแน่ๆ

ปลลล.เทมป์หล่อจริงจัง(เกี่ยว)

ปลลลล.เอ๊กซ์ทีนป่วงละ ตัวหนังสือมันเล็กๆ ประหลาดๆ จัดหน้าก็ไม่ค่อยได้อย่างที่ต้องการ แง่ม!

 

 

 

edit @ 23 Jun 2009 17:27:18 by Popsical_Kwan