รักแท้ไม่แปรผัน โดย จูดิธ เมคนอธ (สำนักพิมพ์ภัทรา ปรียามน แปล)
 
 
หายหน้าจากการแนะนำหนังสือนิยายโรมานซ์เสียนาน ความจริงเรื่องนี้เขียนรีวิวลงในเฟซบุ๊กไว้สักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ วันนี้เลยเอามาฝากหลายๆ คนที่อาจจะพลั้งเผลอกดเข้ามาในบล็อคนี้โดยไม่ตั้งใจ(หัวเราะ) เผื่อจะช่วยเป็นไกด์ไลน์ในการหานิยายโรมานซ์มาอ่านเล่น
 

นิยายเรื่องนี้เคยอ่านไปแล้วเมื่อหลายปีก่อนแต่เพราะได้หวนกลับมาคุยกับน้องสาวคนหนึ่งเข้าทำให้ฉุกใจคิดถึงขึ้นมาแล้วก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่า นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานจากปลายปากกาของคุณจูดิธ แมคนอธ คู่กรณีล่าสุดของฉันนี่นา(เป็นกรณีเรื่องอะไรนั้นขอยังไม่เล่าละกันค่ะ)...ความทรงจำเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ค่อยๆ ไหลย้อนมาอีกครั้ง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกรายละเอียดทั้งหมดไม่ออกเลยคิดว่าจะไปหาเช่ามาอ่านอีกสักรอบ

 

เมื่อลองเซิร์ธหาปกนิยายมาประกอบการเขียนรีวิวความจริงอันน่าสะพรึงกลัว(?)เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ก็ได้ถูกเปิดเผยขึ้น ความจริงที่ว่านั่นก็คือนิยายเรื่องนี้เคยได้รับการแปลเป็นภาษาไทยจาก 3 สำนักพิมพ์ 3 นักแปล ใน 3 ชื่อภาษาไทย (ชื่อภาษาอังกฤษของนิยายเรื่องนี้คือ Double Standard)

 

-รักแท้ไม่แปรผัน สำนักพิมพ์ภัทรา แปลโดย ปรียามณ

-รักล้นใจ เจ้านายร้อยเล่ห์ สำนักพิมพ์คิวปิด แปลโดย วาฟสีฟ้า

-เล่ห์ร้าย ลิขิตรัก แพรวสำนักพิมพ์ แปลโดย ชนากานต์ วังวิบูลย์

 

ไม่อยากจะเชื่อว่านิยายเล่มเดียวจะฮอตขนาดนี้! ถ้าใครสนใจอยากหามาอ่านยังมีเหลืออยู่บนแผงหนังสือในปัจจุบันคือเวอร์ชั่นที่ใช้ชื่อ “เล่ห์ร้าย ลิขิตรัก” ของแพรวสำนักพิมพ์...(ปล.มีใครพอจะทราบความจริงเรื่องการตัดทอนฉากอัศจรรย์ในนิยายของแพรวสำนักพิมพ์บ้างไหมคะ? อยากทราบว่าแพรวสำนักพิมพ์มีนโยบายตัดทอนฉากอัศจรรย์ของนิยายแปลหรือไม่ เพราะเคยอ่านหนังสือของคุณจูดิธ เมคนอธ เรื่อง Untill You แล้วรู้สึกเหมือนว่าทางแพรวสำนักพิมพ์(น่าจะ)ตัดทอนฉากอัศจรรย์ของนิยายออกไปน่ะค่ะ แต่เรื่องนี้เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของเราเองไม่มีข้อมูลความจริงเลยอยากทราบน่ะค่ะ)

กลับมาว่ากันด้วยเรื่อง “รักแท้ไม่แปรผัน” (ขออนุญาตเรียกด้วยชื่อดั้งเดิมจากปกของสำนักพิมพ์ภัทรานะคะ) เป็นเรื่องของนิค ซินแคลร์ อภิมหาเศรษฐีร่ำรวยระดับโลก เจ้าของบริษัทมากมายประดามีในเครือกลอบอลอินดัสตรี หล่อมากและรวยเวอร์! ส่วนนางเอกคือสาวน้อยแสนสวย งามหยดย้อยตั้งแต่ไรผมจรดปลายรองเท้า ลอเรน แดนเนอร์ การพบกันของพระ-นางคู่นี้ออกจะน้ำเน๊าน้ำเน่าราวกับเทพนิยาย

เริ่มต้นด้วยการที่นางเอกถูกญาติห่างๆ ขอร้องแกมบังคับให้มาสมัครงานบริษัทในเครือของพระเอกในตำแหน่งเลขาเพื่อเข้ามาสืบข้อมูลล้วงความลับทางธุรกิจ(ซึ่งที่จริงมีรายละเอียดตรงจุดนี้อีกนิดหน่อยแต่ขอข้ามไม่พูดถึงนะ) ด้วยฐานะทางการเงินของครอบครัวที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตทำให้ลอเรนจำเป็นต้องรับงานนี้โดยไม่มีข้อแม้(และถึงใจด้านดีจะอยากปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้) ลอเรนเดินทางไปสมัครงานตามคำสั่งของญาติแต่พอไปถึงกลับกลัวการทำผิดและเปลี่ยนใจโดยการกรอกใบสมัครงานให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริง ทำข้อสอบก็ตอบให้แย่เข้าไว้และก็ได้อย่างหวังคือลอเรนสอบตก หลังจากสอบตกก็มีเหตุบังเอิญให้ลอเรนต้องผลัดหลงเข้าไปในตึกที่กำลังก่อสร้างและเจอเข้ากับเจ้าชาย(อีตาพระเอกสุดรวยนั่นแหละค่ะ)...ครั้งแรกที่พบกันนั้นลอเรนตกใจเพราะถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยไล่ตามจึงวิ่งมาสะดุดหกล้มอยู่ตรงหน้าพระเอก แรกพบสบตานั้นนิคมองลอเรนเป็นแค่เด็กสาว เป็นเด็กน้อยที่อายุไม่น่าจะเกิน 18 ปี กระทั่งลอเรนแปลงร่างจากลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นหงส์แสนสวย...มิตรภาพระหว่างทั้งสองคนก็เกิดขึ้นในแบบที่แสนจะเร่าร้อน

 

หลังจากพบกันในคืนนั้นลอเรนก็เอาแต่ฝันถึงชายหนุ่มรูปหล่อที่เธอรู้จักในนามของนิค วิศวกรหนุ่มไฟแรง ไม่ใช่นิค ซินแคลร์ในฐานะของอภิมหาเศรษฐีหนุ่มเพลย์บอย เพราะความใสซื่อของลอเรนทำให้เธอไว้ใจนิคจนเล่าเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับการสมัครงานในบริษัทที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตึกสร้างใหม่ เล่าแม้กระทั่งเรื่องที่ตั้งใจเขียนใบสมัครให้ผิดเพี้ยน แต่ในเมื่อนิคชื่นชอบและชื่นชมเธอเสียแล้วนิคจึงจัดการให้ลอเรนได้กลับมาทำงานในบริษัทในเครือของเขาทันที ลอเรนเองก็เกิดอยากเปลี่ยนใจเพียงเพราะคิดว่าถ้าหากกลับมาทำงานในบริษัทนี้แล้วคงทำให้มีโอกาสได้เจอกับนิค ผู้ชายคนแรกที่เธอรู้สึกว่ามีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ

 

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในช่วงแรกนี่ค่อนข้างจะน่ารำคาญในความรู้สึกของฉัน ลอเรนเป็นนางเอกที่เอนไปทางใจง่าย ใจง่ายอย่างไม่น่าให้อภัยในฐานะของนางเอก เพียงแค่สี่วันที่รู้จักกันลอเรนผู้งดงาม เพียบพร้อม แสนสวยก็ยอมทอดกายลงบนเตียงของนิคเสียแล้ว...หญิงสาวอายุ 23 ปีที่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์แต่กลับปล่อยตัวปล่อยใจหลงรักและทอดร่างให้ผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอหลงใหลแถมยังเพิ่งรู้จักกันแค่สี่วัน!!!...ในความคิดเราแล้วแค่แรงดึงดูดระหว่างเพศมันไม่น่าจะเพียงพอให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่รอดปลอดภัยมาได้ตั้งยี่สิบกว่าปียอมโอนอ่อนให้กับผู้ชายที่เพิ่งพบกัน แม้ชายคนนั้นจะหล่ออย่างร้ายกาจแค่ไหนก็ตาม(เชอะ!)

 

(พออายุมากขึ้นฉันรู้ตัวเลยว่านี่แหละที่ทำให้ฉันเบื่อชีวิตอเมริกันชนที่แทรกมาในหนังสือนิยายพาฝัน ฉันจึงหันไปจมตัวเองอยู่กับนิยายย้อนยุคที่ว่ากันด้วยเรื่องของชนชั้นผู้ดีชาวอังกฤษซึ่งมันให้อารมณ์ละเมียดละไมกว่านี้มากนัก)

 

แน่นอนว่าเมื่อหลงใหลจนยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งแล้วแม่นางเอกของเราก็หลงรักนิคอย่างหัวปักหัวปำ ในขณะที่นิคนั้นเพียงแค่แสดงออกชัดเจนว่าหลงใหลและใคร่จะได้นางมาอยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดำเนินไปในทิศทางของการเป็นเพื่อน เป็นมิตรที่คุยกันถูกคอ(เช่นเดียวกับเวลารักก็เร่าร้อน) ความน่ารัก สดใส แสนสวยแสนจะฉลาด ความมีน้ำใจ อบอุ่นอ่อนโยน การแสดงออกทางอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาของลอเรนก็ทำให้นิคหลงเพ้อได้ไม่ยาก(ยิ่งเมื่อประกอบกับความร้อนแรงยามถึงฉากรัก) แต่ความสัมพันธ์แสนหวานนี้ก็ปิดฉากลงอย่างรวดเร็วชนิดที่คาดเดาได้ เมื่อตื่นเช้ามาหลังค่ำคืนหฤหรรษ์แล้วลอเรนพบว่านิคเปลี่ยนไปเป็นคนละคน(ตามความคิดของนาง) นิคปล่อยให้ลอเรนเดินทางกลับตามลำพัง ปล่อยให้ลอเรนคิดเอาเองว่าเขาจะโทรมาหา ปล่อยให้ลอเรนคิดจนถึงกับฝันว่าเขาจะแวะมาที่คอนโด(ซึ่งเธออาศัยคอนโดของญาติ) แต่ผ่านไปนานนับอาทิตย์นิคก็ไม่โผล่มา กระทั่งลอเรนเข้าทำงานที่บริษัทในเครือของนิคและได้ตำแหน่งเลขาของเพื่อนคนสนิทของนิค ลอเรนก็เริ่มจะมั่นใจแล้วว่าตัวเองโดนเขี่ยทิ้ง...

 

เมื่อเริ่มทำใจยอมรับภาวะของการโดนทิ้ง จู่ๆ เรื่องราวทั้งหมดกลับตาลปัตร(อีกครั้ง) ลอเรนค้นพบความจริงเกี่ยวกับนิค ซินแคลร์ วิศวกรหนุ่มไฟแรงของเธอไม่ได้เป็นแค่ชายหนุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัว แต่นิค ซินแคลร์มีมากมายมหาศาล แม้แต่อากาศที่เธอกำลังสูดหายใจเข้าปอดก็มีเขาเป็นเจ้าของ(ก็เธอทำงานอยู่ในตึกของเขานี่นะ) ลอเรนค้นพบความจริงเกี่ยวกับนิคพร้อมๆ กับข่าวคาวฉาวโฉ่เรื่องความช่ำชองและนิสัยเจ้าชู้เพลย์บอยเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น ลอเรนร้องไห้ฟูมฟายทั้งเสียใจกับความโง่งี่เง่าของตัวเอง ทั้งเสียใจที่เธอไปหลงรักผู้ชายไม่มีหัวใจ เสียใจซะจนเจ้านายคนปัจจุบันก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติ(และเดาเรื่องราวได้ตั้งแต่ต้นจนจบ)

 

หลังจากช่วงนี้ฉันลงความเห็นว่าการดำเนินเรื่องให้รสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น ลอเรนปฏิเสธการพบเจอกับนิค ปฏิเสธความสัมพันธ์กับนิคในทุกรูปแบบ ลอเรนเชิดใส่ หยิ่งผยองและต่อปากต่อคำกับนิคได้อย่างไม่กลัวเกรง นิคเองก็พยายามแก้ตัว เขายังอยากได้ลอเรนไว้ในอ้อมกอด ยังอยากมีความสัมพันธ์กับลอเรนยังโหยหาแต่เพราะไม่เคยต้องตามตื้อใครมากนักนิคก็ทำไปในแบบของตัวเอง ปากร้าย ป่าเถื่อนบ้าง รุนแรงบ้าง(แม้จะไม่เยอะ) พอหนักเข้าก็หันไปควงกับผู้หญิงอื่นประชดซะเลย

 

เรื่องราวทั้งหมดเดินทางมาถึงกลางๆ เล่มแล้วแต่พล็อตของคุณจูดิธยังไม่แตะจุดไคลแมกซ์สำหรับเรา เมื่อสุดท้ายตามง้อได้ไม่นานเท่าไหร่ลอเรนก็ใจอ่อนยอมกลับไปเป็นคู่รักของนิคหลังจากนิคยอมสารภาพว่ารัก...รักคำเดียวที่หลุดออกมาจากปากของนิคทำให้ลอเรนยอมสิ้นทุกสิ่ง ทั้งสองคนกลับมาใช้ชีวิตอย่างคู่รักแสนหวานอีกครั้ง เมื่อต่างฝ่ายต่างยอมรับในกันและกันรวมไปถึงมีการประกาศความสัมพันธ์ให้กับคนในบริษัทได้รับรู้ นิคเปิดใจกับลอเรนแทบทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องส่วนตัวอย่างเรื่องความล้มเหลวของชีวิตครอบครัว เรื่องราวความเจ็บปวดระหว่างนิคกับแม่ ลอเรนสามารถทำให้นิคเล่าทุกอย่างออกมาได้อย่างง่ายดาย และนั่นก็เทียบเท่ากับการยอมแพ้อย่างหมดหัวใจของผู้ชายที่ชื่อนิค ซินแคลร์...แต่เพียงไม่นานหายนะก็มาเยือนคู่รักอีกครั้ง

 

มันมีความลึกลับซับซ้อนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่ของนิคกับญาติของลอเรน(ขอให้ไปอ่านกันเอาเอง) เอาเป็นแค่รู้ว่าสุดท้ายลอเรนก็โดนญาติคนเดิมเบล็คเมลล์ด้วยเรื่องเดิม คือขอให้ขโมยข้อมูลการประมูลล่าสุดมาให้ และลอเรนก็ยอมทำตาม(เพราะไม่อยากถูกเปิดโปงความจริง) ครั้งนี้ลอเรนไม่โชคดีอีกแล้ว เธอโดนจับได้ระหว่างที่กำลังนำข้อมูลไปมอบให้กับบริษัทคู่แข่ง แน่นอนว่านิคโกรธมาก โกรธจนเกือบจะฆ่าให้ตาย(ตามบทบรรยายว่างั้น) โกรธจนทำได้แม้กระทั่งจับลอเรนที่เขารักแสนรักโยนออกไปจากบริษัทในวันที่ฝนตกกระหน่ำโดยไม่ใยดีต่อการคุกเข่าอ้อนวอนเพื่อจะอธิบายของเธอด้วยซ้ำ นิคมีบาดแผลจากการโดยหักหลังโดยผู้หญิงที่เขารัก(อยากรู้ว่าใครก็ไปหาอ่านเอาเองนะคะ)

 

ไคลแมกซ์ของเรื่องมันเริ่มต้นจากตรงนี้เอง(สำหรับหญิงสาวที่ชื่นชอบเรื่องมาโซคิสซ์อย่างฉัน) หลังจากได้ยินคำสั่งศาลจนมั่นใจแล้วว่าเธอจะไม่ได้รับการให้อภัยจากผู้ชายใจร้ายใจดำอย่างนิค ซินแคลร์ ลอเรนก็สั่งให้ตัวเองตัดใจ เธอหายไปจากชีวิตของนิค หายไปจากชีวิตของเพื่อนร่วมงานที่รัก หายไปจากทุกพื้นที่บริเวณที่เป็นอาณาเขตของนิค ซินแคลร์ สำหรับนิคแล้วแม้จะพยายามทำใจให้โกรธ เกลียด เคียดแค้นชิงชังรังเกียจลอเรนแค่ไหน ทว่าเขาก็แค่พระเอกนิยายธรรมดาๆ คนหนึ่ง(ฮา) ชีวิตและลมหายใจของนิคยังคงมีแค่ลอเรน ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็ยังคิดถึงเธอ คิดถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความฉลาดหลักแหลม ความมีชีวิตชีวา หรือแม้แต่ภาพที่เธอนั่งร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนขอให้เขารับฟังคำอธิบายในวันสุดท้ายนั้น...เมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏดังคำที่ลอเรนเคยกล่าวทิ้งท้ายไว้นิคก็ยิ่งเจ็บปวด

 

เขาเดินทางไปตามหาลอเรนถึงบ้านเกิดในมิสซูรี่ เขาละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการประชุมระดับนานาชาติหรือแม้แต่ชื่อเสียงในฐานะของผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่ง เพียงเพื่อจะได้กลับมาหาผู้หญิงคนเดียวที่เขารัก กลับมาขออภัยต่อความเข้าใจผิดทั้งหมด...ไคลแมกซ์สุดๆ อยู่ตรงนี้เอง(หัวเราะ)

 

อยากจะเรียกว่ามันคือฉากง้อขอคืนดีอันแสนจะบีบคั้นหัวใจที่สุด นาทีที่นิคเดินเข้าไปแล้วเจอลอเรนกำลังยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ถูกประดับประดาด้วยสีสันของวันคริสมาสต์นั้นมันช่าง...บรรยากาศตอนนั้น เพียงแค่คำบรรยายง่ายๆ ไม่กี่คำแต่มันทำให้รู้สึกได้เลยว่านิครักลอเรนมาก รักมากกกก รักและโหยหา คิดถึงและสำนึกผิดอย่างหาสิ่งใดมาเปรียบไม่ได้...นาทีที่ลอเรนหันกลับมาแล้วเจอร่างสูงใหญ่ของนิค นาทีนั้นคือการระเบิดอารมณ์ที่ราวกับดอกไม้ไฟ มันเจิดจ้าแต่ว่าร้อนแรงด้วยความคับแค้นใจ ความรู้สึกที่ว่าทั้งรักทั้งเกลียด ณ ตอนนั้นคุณจูดิธและผู้แปลสามารถถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม มันทั้งเจ็บปวด อ่อนไหว แต่ก็หวานละมุน ฉันรู้ตัวเลยว่านั่นคือจุดที่พีคที่สุดแล้ว ความรู้สึกอึดอัดไม่รู้ว่าประดังประเดมาจากไหนแต่มันก็อัดแน่นอยู่ในอกฉันจนแทบหายใจไม่ออก ฉันร้องไห้จนเกือบเป็นสะอึกสะอื้น ฉันอ่อนไหวแล้วก็เต็มตื้นกับช่วงเวลาของการขอคืนดีนั้น ยิ่งลอเรนเดินหนีปัดป่ายมือเพื่อทำร้ายนิคทั้งทางร่างกายและคำพูดฉันก็ยิ่งเจ็บร้าวในอก(หัวเราะ) มันน่าขำและน่าทึ่งไปพร้อมๆ กันกับฉากและคำบรรยายง่ายๆ ที่ฉีกทึ้งความรู้สึกเหล่านั้น

 

แล้วเทพนิยายก็จบลงด้วยคำว่า แฮปปี้แอนดิ้ง...

 

ฉันรู้ทันทีว่านี่แหละที่เค้าเรียกกันว่านิยายดีๆ เรื่องหนึ่ง บางครั้งนิยายพาฝันไม่จำเป็นต้องดำเนินเรื่องสนุกสนานตั้งแต่ต้นจนจบแต่เพียงแค่มีจุดที่สามารถตรึงความรู้สึกของเราไว้ได้จนถึงกับจดจำและฝังใจกับมัน ฉันก็ถือว่านิยายเรื่องนั้นประสบความสำเร็จในการเล่าเรื่องแล้ว

 

สำหรับนิยายเรื่องนี้ ฉันไม่อาจพูดได้ว่านี่คือนิยายเรื่องโปรดแต่ “รักแท้ไม่แปรผัน” คือนิยายเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของฉัน และฉันจะแนะนำให้คนที่ไม่เคยอ่านได้ลองอ่านแล้วตัดสินใจเอาเองว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรกับฝีมือการเล่าเรื่องของคุณจูดิธ แมคนอธ

 

เมื่อใดที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ อยากลองอ่านในสิ่งที่ไม่เคยอ่านหรือชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะอ่าน ลองอ่านนิยายพาฝันดีๆ สักเรื่อง บางทีความรู้สึกคุณอาจจะเปลี่ยนไป เหมือนกับที่อารมณ์ของฉันเปลี่ยนแปลงแบบพลิกคว่ำคะมำหงายหลังจากอ่านนิยายเรื่องนี้จบลง

 

 

ขอให้คุณๆ ที่หยิบนิยายเล่มนี้ขึ้นมาอ่านจงพบแต่ความสุขนะคะ (ยิ้มสวย)